วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552

Mode of Entry


Mode of Entry


:: การเ้ข้าสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ :: แยกออกเป็น 6 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
  1. Exporting
  2. Turnkey Projects
  3. Licensing
  4. Franchising
  5. Joint Ventures
  6. Wholly Owned Subsidiaries

**ซึ่ง Licensing และ Franchising มี Concept คล้ายคลึงกัน แต่จะมีความแตกต่างบ้างบางประการ
  • ความเหมือน : เป็นการให้สิทธิ๋ในการผลิต
  • ความแตกต่าง : Licensing เมื่อมีการให้สิทธิ์ในการผลิตแล้ว บริษัทแม่จะไม่สนใจว่าจะมีการผลิตอย่างไร! ให้มีการจัดการเอาเอง* แต่ Franchising บริษัทแม่จะวิเคราะห์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Location หรืออะไรก็ตาม ต้องวิเคราะห์ให้แน่ใจว่าเมื่อขายสิทธิ์ในการผลิตแล้ว การขายในครั้งนี้จะไม่ขาดทุน เป็นต้น

*หนูอธิบายถูกปะคะ! ชักไม่มั่นใจ 5555 ^^

- Exporting = การส่งออกมักจะเป็นวิธีเริ่มต้นของผู้ประกอบการธุรกิจในต่างประเทศ แต่วิธีนี้จะมีข้อด้อยคือ มีค่าขนส่งสูงและอาจถูกกีดกันทางการค้าจากประเทศผู้นำเข้า รวมทั้งอาจเป็นปัญหาที่ตัวแทนจำหน่ายไม่ได้ดูแลสินค้าได้อย่างที่กิจการต้องการ

- Turnkey Projects = โครงการที่ผู้ว่าจ้างจะจัดหาผู้รับจ้างดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จ จึงจะมีการชำระเงินค่าดำเนินโครงการ ซึ่งผู้รับจ้างอาจต้องมีหน้าที่ในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนิน โครงการด้วย รวมทั้ง ผู้ว่าจ้างต้องมีวงเงินดำเนินโครงการอ้างอิงได้ประกอบการพิจารณาโครงการ

- Licensing = เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการ ขายสิทธิให้แก่ผู้ผลิตในตลาดท้องถิ่น ทำการผลิตสินค้าตามรูปแบบและข้อกำหนดของเจ้าของสิทธิบัตร โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่เจ้าของสิทธิในเรื่องต่างๆตามที่ตกลง วิธีการนี้ เจ้าของสิทธิจะลดความเสี่ยงในการลงทุนและการบุกตลาดลงได้ แต่มีความเสี่ยงที่ผู้รับสิทธิอาจทำการลอกเลียนแบบ แล้วไปผลิตสินค้าที่คล้ายคลึงได้

- Franchising = แนวคิดนี้จะคล้ายคลึงกับการให้สิทธิบัตร แต่จะมีการควบคุมที่เข้มงวดมากกว่าเพราะมักใช้ในกรณีอุตสาหกรรมการให้บริการ เช่น โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ซ่อมรถยนต์ เป็นต้น ถ้าไม่บริหารจัดการให้ดีแล้ว อาจทำให้เสียชื่อเสียงได้

- Joint Venture = เป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ โดยการหาผู้ร่วมทุน หรือหุ้นส่วนที่เป็นคนในท้องถิ่น วิธีนี้จะได้ผลดี ถ้าระบุข้อตกลงหรือสัญญาระบุเงื่อนไขและแนวปฏิบัติต่างๆ ให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนเริ่มงานกัน มิฉะนั้นจะเกิดความขัดแย้ง และความเสี่ยงที่ผู้ร่วมทุนอาจทำการลอกเลียนแบบแล้วไปผลิตสินค้าที่คล้ายคลึงมาแข่ง

- Wholly Owned Subsidiaries = วิธีการนี้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด แต่ก็เป็นภาระทางการเงินและยังต้องรับภาระความเสี่ยงต่างๆด้วยตนเองทั้งหมด ด้วย แต่ก็รักษาความลับทางการค้าไว้ได้ และไม่ต้องแบ่งผลกำไรกับใคร

มาจาก : http://www.pantown.com

สรุป Mode of Entry แยกออกเป็น


- ช่องทางที่เกี่ยวกับการค้า เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด เช่น Exporting --> แยกเป็น ทางตรงและทางอ้อม
  • ทางตรง : ติดต่อตัวแทนด้วยตนเองในต่างชาติ
  • ทางอ้อม : ส่งผ่านตัวแทน เช่น บริษัทไทยเพรสสิเด้น -> ผลิตมาม่า -> สหพัฒน์ -> ตลาดต่างประเทศ

- ช่องทางที่มีการทำสัญญา นั่นก็คือ Licensing และ Franchising

- ช่องทางที่มีการลงทุน Joint Venture และ Wholly Owned Subsidiaries

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น