Mode of Entry
:: การเ้ข้าสู่ธุรกิจระหว่างประเทศ :: แยกออกเป็น 6 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
- Exporting
- Turnkey Projects
- Licensing
- Franchising
- Joint Ventures
- Wholly Owned Subsidiaries
**ซึ่ง Licensing และ Franchising มี Concept คล้ายคลึงกัน แต่จะมีความแตกต่างบ้างบางประการ
- ความเหมือน : เป็นการให้สิทธิ๋ในการผลิต
- ความแตกต่าง : Licensing เมื่อมีการให้สิทธิ์ในการผลิตแล้ว บริษัทแม่จะไม่สนใจว่าจะมีการผลิตอย่างไร! ให้มีการจัดการเอาเอง* แต่ Franchising บริษัทแม่จะวิเคราะห์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Location หรืออะไรก็ตาม ต้องวิเคราะห์ให้แน่ใจว่าเมื่อขายสิทธิ์ในการผลิตแล้ว การขายในครั้งนี้จะไม่ขาดทุน เป็นต้น
*หนูอธิบายถูกปะคะ! ชักไม่มั่นใจ 5555 ^^
- Exporting = การส่งออกมักจะเป็นวิธีเริ่มต้นของผู้ประกอบการธุรกิจในต่างประเทศ แต่วิธีนี้จะมีข้อด้อยคือ มีค่าขนส่งสูงและอาจถูกกีดกันทางการค้าจากประเทศผู้นำเข้า รวมทั้งอาจเป็นปัญหาที่ตัวแทนจำหน่ายไม่ได้ดูแลสินค้าได้อย่างที่กิจการต้องการ
- Turnkey Projects = โครงการที่ผู้ว่าจ้างจะจัดหาผู้รับจ้างดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จ จึงจะมีการชำระเงินค่าดำเนินโครงการ ซึ่งผู้รับจ้างอาจต้องมีหน้าที่ในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนิน โครงการด้วย รวมทั้ง ผู้ว่าจ้างต้องมีวงเงินดำเนินโครงการอ้างอิงได้ประกอบการพิจารณาโครงการ
- Licensing = เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการ ขายสิทธิให้แก่ผู้ผลิตในตลาดท้องถิ่น ทำการผลิตสินค้าตามรูปแบบและข้อกำหนดของเจ้าของสิทธิบัตร โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่เจ้าของสิทธิในเรื่องต่างๆตามที่ตกลง วิธีการนี้ เจ้าของสิทธิจะลดความเสี่ยงในการลงทุนและการบุกตลาดลงได้ แต่มีความเสี่ยงที่ผู้รับสิทธิอาจทำการลอกเลียนแบบ แล้วไปผลิตสินค้าที่คล้ายคลึงได้
- Franchising = แนวคิดนี้จะคล้ายคลึงกับการให้สิทธิบัตร แต่จะมีการควบคุมที่เข้มงวดมากกว่าเพราะมักใช้ในกรณีอุตสาหกรรมการให้บริการ เช่น โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ซ่อมรถยนต์ เป็นต้น ถ้าไม่บริหารจัดการให้ดีแล้ว อาจทำให้เสียชื่อเสียงได้
- Joint Venture = เป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ โดยการหาผู้ร่วมทุน หรือหุ้นส่วนที่เป็นคนในท้องถิ่น วิธีนี้จะได้ผลดี ถ้าระบุข้อตกลงหรือสัญญาระบุเงื่อนไขและแนวปฏิบัติต่างๆ ให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนเริ่มงานกัน มิฉะนั้นจะเกิดความขัดแย้ง และความเสี่ยงที่ผู้ร่วมทุนอาจทำการลอกเลียนแบบแล้วไปผลิตสินค้าที่คล้ายคลึงมาแข่ง
- Wholly Owned Subsidiaries = วิธีการนี้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด แต่ก็เป็นภาระทางการเงินและยังต้องรับภาระความเสี่ยงต่างๆด้วยตนเองทั้งหมด ด้วย แต่ก็รักษาความลับทางการค้าไว้ได้ และไม่ต้องแบ่งผลกำไรกับใคร
มาจาก : http://www.pantown.com
สรุป Mode of Entry แยกออกเป็น
- ช่องทางที่เกี่ยวกับการค้า เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด เช่น Exporting --> แยกเป็น ทางตรงและทางอ้อม
- ทางตรง : ติดต่อตัวแทนด้วยตนเองในต่างชาติ
- ทางอ้อม : ส่งผ่านตัวแทน เช่น บริษัทไทยเพรสสิเด้น -> ผลิตมาม่า -> สหพัฒน์ -> ตลาดต่างประเทศ
- ช่องทางที่มีการทำสัญญา นั่นก็คือ Licensing และ Franchising
- ช่องทางที่มีการลงทุน Joint Venture และ Wholly Owned Subsidiaries

%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A20347.jpg)